ประกาศสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา
ที่ ๔๐/ ๒๕๔๙
เรื่อง การรับสมัครแพทย์ประจำบ้าน ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๐
แพทยสภาจะดำเนินการรับสมัครแพทย์ประจำบ้านสาขาต่างๆประจำปีการศึกษา ๒๕๕๐ โดยมีกำหนดการและหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
๑ . กำหนดเวลาการรับสมัคร
๑ . ๑ รอบที่ ๑
( ก ) รับสมัครผู้มีต้นสังกัดและไม่มีต้นสังกัด ( อิสระ )
( ข ) เปิดรับสมัครวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน – ๑๕ ธันวาคม พ . ศ . ๒๕๔๙ ( เว้นวันหยุดราชการ )
หากส่งใบสมัครและเอกสารทางไปรษณีย์ จะต้องส่งภายในวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ . ศ . ๒๕๔๙ ( ถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ )
๑ . ๒ รอบที่ ๒
( ก ) รับสมัครผู้มีต้นสังกัดและไม่มีต้นสังกัด ( อิสระ )
( ข ) รับสมัครเฉพาะตำแหน่งที่เหลือจากรอบที่ ๑
( ค ) จะต้องไม่เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมในสาขาหนึ่งสาขาใดในรอบที่ ๑ แล้ว
( ง ) เปิดรับสมัครวันที่ ๒๐ – ๓๐ มกราคม พ . ศ . ๒๕๕๐ ( เว้นวันหยุดราชการ )
หากส่งใบสมัครและเอกสารทางไปรษณีย์ จะต้องส่งภายในวันที่ ๒๕ มกราคม พ . ศ . ๒๕๕๐ ( ถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ )
๒ . สาขาประเภทที่รับสมัครและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัคร
๒ . ๑สาขาประเภทที่ ๑ หมายถึง สาขาขาดแคลน เป็นสาขาที่แพทยสภาต้องการส่งเสริมให้มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม ผู้สมัครสามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้โดย ไม่จำเป็นต้องผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะ ๑ ปี และไม่จำเป็นต้องปฏิบัติงานชดใช้ทุนก่อน ได้แก่สาขาต่อไปนี้
( ๑ ) กุมารเวชศาสตร์โรคเลือด
( ๒ ) จิตเวชศาสตร์
( ๓ ) จิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น
( ๔ ) นิติเวชศาสตร์
( ๕ ) พยาธิวิทยากายวิภาค
( ๖ ) พยาธิวิทยาคลินิก
( ๗ ) พยาธิวิทยาทั่วไป
( ๘ ) รังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
( ๙ ) เวชศาสตร์ครอบครัว
( ๑๐ ) เวชศาสตร์ฉุกเฉิน
( ๑๑ ) เวชศาสตร์นิวเคลียร์
( ๑๒ ) อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา
( ๑๓ ) อายุรศาสตร์โรคเลือด
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสาขาประเภทที่ ๑
ผู้สมัครจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแล้ว สามารถสมัครได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะ ผู้สมัครอิสระต้องไม่มีพันธะในการชดใช้ทุน ทั้งนี้ระยะเวลาในการฝึกอบรมไม่นับเป็นระยะเวลาในการปฏิบัติงานชดใช้ทุน
๒ . ๒สาขาประเภทที่ ๒ หมายถึง สาขาที่ผู้สมัคร จะ ต้องผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะ ๑ ปี และได้ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนตามจำนวนปีที่แพทยสภากำหนด ได้แก่สาขาต่อไปนี้
( ๑ ) กุมารเวชศาสตร์
( ๒ ) กุมารศัลยศาสตร์
( ๓ ) จักษุวิทยา
( ๔ ) ตจวิทยา
( ๕ ) ประสาทวิทยา
( ๖ ) ประสาทศัลยศาสตร์
( ๗ ) รังสีวิทยาทั่วไป
( ๘ ) รังสีวิทยาวินิจฉัย
( ๙ ) วิสัญญีวิทยา
( ๑๐ ) เวชศาสตร์ป้องกัน ( แขนงระบาดวิทยา )
( ๑๑ ) เวชศาสตร์ป้องกัน ( แขนงเวชศาสตร์การบิน )
( ๑๒ ) เวชศาสตร์ป้องกัน ( แขนงเวชศาสตร์ป้องกันคลินิก )
( ๑๓ ) เวชศาสตร์ป้องกัน ( แขนงสาธารณสุขศาสตร์ )
( ๑๔ ) เวชศาสตร์ป้องกัน ( แขนงสุขภาพจิตชุมชน )
( ๑๕ ) เวชศาสตร์ป้องกัน ( แขนงอาชีวเวชศาสตร์ )
( ๑๖ ) เวชศาสตร์ฟื้นฟู
( ๑๗ ) ศัลยศาสตร์
( ๑๘ ) ศัลยศาสตร์ตกแต่ง
( ๑๙ ) ศัลยศาสตร์ทรวงอก
( ๒๐ ) ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา
( ๒๑ ) ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์
( ๒๒ ) สูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา
( ๒๓ ) โสต ศอ นาสิกวิทยา
( ๒๔ ) อายุรศาสตร์
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสาขาประเภทที่ ๒
( ๑ )ผู้สมัครที่มีต้นสังกัด จะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะฯครบถ้วนแล้ว ยกเว้น สาขาที่กำหนดต่อไปนี้ ผู้สมัครจะต้องปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนตามระยะเวลาที่กำหนดดังต่อไปนี้ด้วย
( ๑ . ๑ )ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนเพิ่มอีก ๑ ปี ได้แก่ สาขาจักษุวิทยา
( ๑ . ๒ ) ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนเพิ่มอีก ๒ ปี ได้แก่ สาขาตจวิทยา ศัลยศาสตร์ตกแต่ง
( ๒ )ผู้สมัครที่ไม่มีต้นสังกัด ( อิสระ ) จะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะ และได้ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนเพิ่มอีก ๒ ปีแล้ว ( ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมมาแล้วเป็นเวลา ๓ ปี ) ยกเว้นสาขาวิชาต่อไปนี้ สามารถสมัครเข้าฝึกอบรมได้ทันที เมื่อผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะ และไม่มีภาระการชดใช้ทุนแล้ว ได้แก่ สาขาวิสัญญีวิทยา รังสีวิทยาทั่วไป รังสีวิทยาวินิจฉัย ศัลยศาสตร์ทรวงอก ประสาทศัลยศาสตร์ และเวชศาสตร์ฟื้นฟู
๒ . ๓ สาขาประเภทที่ ๓ หมายถึง สาขาที่ผู้สมัครจะ ต้องผ่านการฝึกอบรมเป็นแพทย์ประจำบ้านในปีสุดท้าย หรือได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรฯในสาขาที่กำหนดเป็นสาขาหลักก่อนแล้ว ได้แก่อนุสาขาต่อไปนี้
( ๑ ) กุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
( ๒ ) กุมารเวชศาสตร์ประสาทวิทยา
( ๓ ) กุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม
( ๔ ) กุมารเวชศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม
( ๕ ) กุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ
( ๖ ) กุมารเวชศาสตร์โรคไต
( ๗ ) กุมารเวชศาสตร์โรคทางเดินอาหารและโรคตับ
( ๘ ) กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน
( ๙ ) กุมารเวชศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ
( ๑๐ ) กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ
( ๑๑ ) ภาพวินิจฉัยชั้นสูง
( ๑๒ ) ภาพวินิจฉัยระบบประสาท
( ๑๓ ) มะเร็งนรีเวชวิทยา
( ๑๔ ) รังสีร่วมรักษาของลำตัว
( ๑๕ ) รังสีร่วมรักษาระบบประสาท
( ๑๖ ) วิสัญญีวิทยาสำหรับการผ่าตัดหัวใจ หลอดเลือดใหญ่ และทรวงอก
( ๑๗ ) วิสัญญีวิทยาสำหรับผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท
( ๑๘ ) เวชบำบัดวิกฤต
( ๑๙ ) เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
( ๒๐ ) เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
( ๒๑ ) ศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา
( ๒๒ ) ศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า
( ๒๓ ) ศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
( ๒๔ ) ศัลยศาสตร์หลอดเลือด
( ๒๕ ) ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ
( ๒๖ ) อายุรศาสตร์โรคข้อและรูมาติซั่ม
( ๒๗ ) อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม
( ๒๘ ) อายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ
( ๒๙ ) อายุรศาสตร์โรคไต
( ๓๐ ) อายุรศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก
( ๓๑ ) อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร
( ๓๒ ) อายุรศาสตร์โรคระบบหายใจและภาวะวิกฤตระบบการหายใจ
( ๓๓ ) อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสาขาประเภทที่ ๓
เป็นผู้ที่ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรฯ หรือกำลังฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านตามโครงการของแพทยสภาในปีสุดท้าย หรือเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครสอบเพื่อหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรฯ ในสาขาหลักของสาขาที่จะสมัครเข้าฝึกอบรมในปีการศึกษานั้น
๓ . จำนวนตำแหน่งและสถาบันฝึกอบรมที่เปิดรับสมัคร
จำนวนตำแหน่งแพทย์ประจำบ้านของแต่ละสาขาวิชา และสถาบันฝึกอบรมที่เปิดรับสมัครสำหรับปีการศึกษา ๒๕๕๐ รอบที่ ๑ ปรากฏรายละเอียดตามตารางท้ายประกาศนี้
๔ . เงื่อนไขและวิธีการสมัคร
๔ . ๑ จำนวนสาขาที่สมัครได้
รอบที่ ๑ สมัครได้เพียงสาขาเดียว แต่อาจเลือกสถาบันได้มากกว่า ๑ แห่ง โดยต้องเรียงลำดับความต้องการสถาบันที่จะสมัครไว้ด้วย หากยื่นใบสมัครเกินกว่า ๑ สาขา จะถูกตัดสิทธิ์ทุกสาขา
รอบที่ ๒ สมัครได้สองสาขาวิชา และสามารถเลือกสถาบันในแต่ละสาขาได้มากกว่า ๑ แห่ง โดยต้องเรียงลำดับความต้องการสถาบันที่จะสมัครไว้ด้วย ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าฝึกอบรมทุกสาขาในรอบที่ ๑ แล้ว ไม่มีสิทธิ์สมัครในรอบที่ ๒
๔ . ๒ ใบสมัคร
ให้ใช้ใบสมัครของแพทยสภาซึ่งได้จัดทำไว้ที่ website http://resident.tmc.or.th เมื่อผู้สมัครกรอกข้อมูลของตนเองในโปรแกรมการสมัครครบถ้วนแล้ว ให้สั่งพิมพ์ใบสมัครซึ่งมี ๒ หน้าด้วยกระดาษขนาด A4 ( พิมพ์แบบหน้าหลัง ) จำนวน ๔ สำเนา
๔ . ๓ วิธีสมัคร
( ๑ ) ยื่นใบสมัครที่สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา อาคาร ๖ ชั้น ๗ ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๒ - ๕๙๐ - ๑๘๘๐ , ๐๒ - ๕๙๐ - ๑๘๘๓
( ๒ ) ผู้ที่มีต้นสังกัด หากต้นสังกัดรับเป็นผู้ดำเนินการสมัครให้ ให้สมัครผ่านต้นสังกัด และให้ต้นสังกัดจัดส่งใบสมัครไปยังสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา ในกรณีที่ต้นสังกัดมิได้เป็นผู้ดำเนินการสมัครให้ผู้สมัครต้องดำเนินการสมัครด้วยตนเอง สำหรับผู้สมัครอื่นๆ ให้สมัครโดยตรงที่สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา
หากส่งใบสมัครและเอกสารทางไปรษณีย์ รอบที่ ๑ จะต้องส่งภายในวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ . ศ . ๒๕๔๙ และรอบที่ ๒ จะต้องส่งภายในวันที่ ๒๕ มกราคม พ . ศ . ๒๕๕๐ ( ถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ )
๔ . ๔ เอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นในการสมัคร
ในการสมัคร ผู้สมัครจะต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน ดังนี้
( ๑ ) ใบสมัคร ( ดำเนินการตามข้อ ๔ . ๒ ) แต่ละสำเนาให้ติดรูปถ่ายขนาด ๒ นิ้วถ่ายไม่เกิน ๖ เดือน จำนวน ๑ รูป
( ๒ ) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
( ๓ ) สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ สกุล / ใบทะเบียนสมรส ( ในกรณีที่เปลี่ยนชื่อ สกุล )
( ๔ ) สำเนาใบแสดงผลการศึกษาตลอดหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้สมัครที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีสุดท้าย ให้ส่งสำเนาใบแสดงผลการศึกษาจนถึงปีปัจจุบัน พร้อมหนังสือรับรองว่าจะสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์ก่อนวันที่ ๑ มิถุนายน พ . ศ . ๒๕๕๐
( ๕ ) สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
( ๖ ) สำเนาหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรฯ หรือหนังสือรับรองการปฏิบัติงานเป็นแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ ๓ หรือหนังสือรับรองการปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาค ๔๒ เดือน ( เฉพาะการสมัครสาขาประเภทที่ ๓ )
( ๗ ) สำเนาประกาศนียบัตร หรือหนังสือรับรองเป็นผ ู้ผ่าน โครงการเพิ่มพูนทักษะฯ ( เฉพาะผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมตั้งแต่ปี พ . ศ . ๒๕๓๘ เป็นต้นไป ยกเว้นการสมัครสาขาประเภทที่ ๑ )
( ๘ ) หนังสือจากต้นสังกัดอนุมัติให้เข้าฝึกอบรมและรับรองว่าจะทำสัญญาเมื่อได้รับการคัดเลือกแล้ว ( เฉพาะผู้สมัครที่มีต้นสังกัดส่งฝึกอบรม ) โดยใช้แบบหนังสือรับรองต้นสังกัดตามแนบท้ายประกาศนี้
ผู้สมัครจะต้องจัดทำใบสมัครพร้อมเอกสารหลักฐานอื่นแยกเป็นชุดๆ จำนวนมากกว่าจำนวนสถาบันฝึก อบรมที่จะเลือกสมัคร ๑ ชุด เมื่อสำนักงานเลขาธิการได้รับแล้วจะจัดส่งให้กับสถาบันฝึกอบรมที่ผู้สมัครเลือกทุกแห่งๆละ ๑ ชุดและเก็บไว้เป็นหลักฐานที่สำนักงานฯ ๑ ชุด เอกสารที่ถ่ายสำเนาให้ผู้สมัครเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง ทุกฉบับด้วย
๔ . ๕ การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงใบสมัคร
เมื่อกรอกใบสมัครและยื่นพร้อมหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่แล้ว จะขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงใบสมัครมิได้
๕ . การพิจารณาคัดเลือก
สถาบันฝึกอบรมจะพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครตามแนวทางดังนี้
๕ . ๑ สถาบันฝึกอบรมจะพิจารณา ให้สิทธิ์กับผู้สมัครที่มีต้นสังกัดก่อนผู้สมัครอิสระ และให้ความสำคัญของคุณสมบัติต่อไปนี้ตามลำดับ
ลำดับที่ ๑ ผู้ที่ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนไม่น้อยกว่า ๓ ปีหลังจากได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ลำดับที่ ๒ ผู้ที่ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนไม่น้อยกว่า ๒ ปีหลังจากได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ลำดับที่ ๓ ผู้ที่ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนไม่น้อยกว่า ๑ ปีหลังจากได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
๕ . ๒ ถ้ามีตำแหน่งแพทย์ประจำบ้านว่างจากการสละสิทธิ์หรือเหตุอื่นใด ผู้ที่อยู่ในรายชื่อสำรองของสาขาวิชานั้นๆ จะได้ รับการพิจารณาตามลำดับที่สถาบันฝึกอบรมได้จัดอันดับไว้เพื่อเข้าแทนในตำแหน่งที่ว่าง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกไว้ในสาขาใดสาขาหนึ่งแล้ว และในกรณีที่มิได้มีการจัดรายชื่อสำรองไว้ สถาบันฝึกอบรมนั้น อาจพิจารณารับจากรายชื่อผู้สมัครอันดับสำรองของสาขาวิชานั้นๆจากสถาบันอื่นๆตามลำดับ ทั้งนี้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้สมัครนั้นด้วย
๖ . การประกาศผลการคัดเลือก
รอบที่ ๑ ก่อนวันที่ ๑๕ มกราคม พ . ศ . ๒๕๕๐
รอบที่ ๒ ก่อนวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ . ศ . ๒๕๕๐
๗ . กำหนดการรายงานตัวและเริ่มการฝึกอบรม
ผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องรายงานตัวตามวันและเวลาที่แพทยสภากำหนด และเริ่มการฝึกอบรมตามวันและเวลาที่สถาบันฝึกอบรมกำหนด
๘ . การจำกัดสิทธิ์ในการสมัครแพทย์ประจำบ้านในกรณีผู้ได้รับการคัดเลือกแล้วขาดจากการฝึกอบรม
คณะกรรมการแพทยสภาจะพิจารณาจำกัดสิทธิ์ในการสมัครแพทย์ประจำบ้านในปีถัดไป ของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วขาดการฝึกอบรม ในกรณีต่อไปนี้
๑๔ . ๑ ไม่มารายงานตัว ณ สถาบันฝึกอบรมตามกำหนดเวลาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
๑๔ . ๒ ลาออกจากการฝึกอบรมหลังจากยืนยันการตอบรับการเป็นแพทย์ประจำบ้านหรือเข้ารับการฝึกอบรมแล้ว โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
๑๔ . ๓ เปลี่ยนต้นสังกัดหรือลาออกจากราชการ ( ในกรณีที่มีต้นสังกัด ) ในระหว่างฝึกอบรม
๙ . การเปลี่ยนสาขาวิชาหรือย้ายสถาบันฝึกอบรม
การเปลี่ยนสาขาหรือย้ายสถาบันฝึกอบรมภายหลังจากที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว ต้องได้รับอนุมัติจากอนุกรรมการบริหารแพทยสภา ตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการแพทยสภากำหนดไว้
๑๐ . พันธะของผู้สมัครที่มีต้นสังกัด
ผู้สมัครที่มีต้นสังกัดที่ได้รับการคัดเลือกเป็นแพทย์ประจำบ้าน ถ้าออกจากราชการหรือเปลี่ยนต้นสังกัด ให้ถือว่าผู้นั้นสิ้นสุดการเป็นแพทย์ประจำบ้าน นับแต่วันที่การเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลใช้บังคับ
หมายเหตุ :
ก . ผู้สมัครทุกคนจะต้องรับผิดชอบตรวจสอบใบสมัคร เอกสาร และคุณสมบัติของตนเองให้ถูกต้อง ครบถ้วน หากตรวจพบในภายหลังว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน จะถือว่าการสมัครเป็นโมฆะถึงแม้จะประกาศผลการคัดเลือกแล้วก็ตาม และแพทยสภาจะไม่คืนเงินค่าสมัครและไม่รับผิดชอบความเสียหายใดๆที่อาจเกิดขึ้น
ข . ต้นสังกัด หมายถึง หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกำกับของรัฐ สภากาชาดไทย หรือหน่วยงานอื่นที่คณะกรรมการแพทยสภาพิจารณาให้ความยินยอมเป็นกรณีไป
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ ๙ ตุลาคม พ . ศ . ๒๕๔๙
( นายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ )
เลขาธิการแพทยสภา |