ศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
 
ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์



รับสมัครแพทย์ประจำบ้านปี 2550

ที่มา/ผู้ประกาศ : เจ้าหน้าที่

ประกาศสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา
ที่ ๔๐/ ๒๕๔๙
เรื่อง การรับสมัครแพทย์ประจำบ้าน ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๐

          แพทยสภาจะดำเนินการรับสมัครแพทย์ประจำบ้านสาขาต่างๆประจำปีการศึกษา ๒๕๕๐ โดยมีกำหนดการและหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

๑ . กำหนดเวลาการรับสมัคร

          ๑ . ๑ รอบที่ ๑
                    ( ก ) รับสมัครผู้มีต้นสังกัดและไม่มีต้นสังกัด ( อิสระ )
                    ( ข ) เปิดรับสมัครวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน – ๑๕ ธันวาคม พ . ศ . ๒๕๔๙ ( เว้นวันหยุดราชการ )
                    หากส่งใบสมัครและเอกสารทางไปรษณีย์ จะต้องส่งภายในวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ . ศ . ๒๕๔๙ ( ถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ )
          ๑ . ๒ รอบที่ ๒
                    ( ก ) รับสมัครผู้มีต้นสังกัดและไม่มีต้นสังกัด ( อิสระ )
                    ( ข ) รับสมัครเฉพาะตำแหน่งที่เหลือจากรอบที่ ๑
                    ( ค ) จะต้องไม่เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมในสาขาหนึ่งสาขาใดในรอบที่ ๑ แล้ว
                    ( ง ) เปิดรับสมัครวันที่ ๒๐ – ๓๐ มกราคม พ . ศ . ๒๕๕๐ ( เว้นวันหยุดราชการ )
                    หากส่งใบสมัครและเอกสารทางไปรษณีย์ จะต้องส่งภายในวันที่ ๒๕ มกราคม พ . ศ . ๒๕๕๐ ( ถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ )

๒ . สาขาประเภทที่รับสมัครและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัคร

           ๒ . ๑สาขาประเภทที่ ๑ หมายถึง สาขาขาดแคลน เป็นสาขาที่แพทยสภาต้องการส่งเสริมให้มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม ผู้สมัครสามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้โดย ไม่จำเป็นต้องผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะ ๑ ปี และไม่จำเป็นต้องปฏิบัติงานชดใช้ทุนก่อน ได้แก่สาขาต่อไปนี้
                    ( ๑ ) กุมารเวชศาสตร์โรคเลือด
                    ( ๒ ) จิตเวชศาสตร์
                    ( ๓ ) จิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น
                    ( ๔ ) นิติเวชศาสตร์
                    ( ๕ ) พยาธิวิทยากายวิภาค
                    ( ๖ ) พยาธิวิทยาคลินิก
                    ( ๗ ) พยาธิวิทยาทั่วไป
                    ( ๘ ) รังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
                    ( ๙ ) เวชศาสตร์ครอบครัว
                    ( ๑๐ ) เวชศาสตร์ฉุกเฉิน
                    ( ๑๑ ) เวชศาสตร์นิวเคลียร์
                    ( ๑๒ ) อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา
                    ( ๑๓ ) อายุรศาสตร์โรคเลือด

          คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสาขาประเภทที่ ๑
          ผู้สมัครจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแล้ว สามารถสมัครได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะ ผู้สมัครอิสระต้องไม่มีพันธะในการชดใช้ทุน ทั้งนี้ระยะเวลาในการฝึกอบรมไม่นับเป็นระยะเวลาในการปฏิบัติงานชดใช้ทุน

           ๒ . ๒สาขาประเภทที่ ๒ หมายถึง สาขาที่ผู้สมัคร จะ ต้องผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะ ๑ ปี และได้ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนตามจำนวนปีที่แพทยสภากำหนด ได้แก่สาขาต่อไปนี้
          ( ๑ ) กุมารเวชศาสตร์
          ( ๒ ) กุมารศัลยศาสตร์
          ( ๓ ) จักษุวิทยา
          ( ๔ ) ตจวิทยา
          ( ๕ ) ประสาทวิทยา
          ( ๖ ) ประสาทศัลยศาสตร์
          ( ๗ ) รังสีวิทยาทั่วไป
          ( ๘ ) รังสีวิทยาวินิจฉัย
          ( ๙ ) วิสัญญีวิทยา
          ( ๑๐ ) เวชศาสตร์ป้องกัน ( แขนงระบาดวิทยา )
          ( ๑๑ ) เวชศาสตร์ป้องกัน ( แขนงเวชศาสตร์การบิน )
          ( ๑๒ ) เวชศาสตร์ป้องกัน ( แขนงเวชศาสตร์ป้องกันคลินิก )
          ( ๑๓ ) เวชศาสตร์ป้องกัน ( แขนงสาธารณสุขศาสตร์ )
          ( ๑๔ ) เวชศาสตร์ป้องกัน ( แขนงสุขภาพจิตชุมชน )
          ( ๑๕ ) เวชศาสตร์ป้องกัน ( แขนงอาชีวเวชศาสตร์ )
          ( ๑๖ ) เวชศาสตร์ฟื้นฟู
          ( ๑๗ ) ศัลยศาสตร์
          ( ๑๘ ) ศัลยศาสตร์ตกแต่ง
          ( ๑๙ ) ศัลยศาสตร์ทรวงอก
          ( ๒๐ ) ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา
          ( ๒๑ ) ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์
          ( ๒๒ ) สูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา
          ( ๒๓ ) โสต ศอ นาสิกวิทยา
          ( ๒๔ ) อายุรศาสตร์

          คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสาขาประเภทที่ ๒
          ( ๑ )ผู้สมัครที่มีต้นสังกัด จะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะฯครบถ้วนแล้ว ยกเว้น สาขาที่กำหนดต่อไปนี้ ผู้สมัครจะต้องปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนตามระยะเวลาที่กำหนดดังต่อไปนี้ด้วย
                    ( ๑ . ๑ )ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนเพิ่มอีก ๑ ปี ได้แก่ สาขาจักษุวิทยา
                    ( ๑ . ๒ ) ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนเพิ่มอีก ๒ ปี ได้แก่ สาขาตจวิทยา ศัลยศาสตร์ตกแต่ง
          ( ๒ )ผู้สมัครที่ไม่มีต้นสังกัด ( อิสระ ) จะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะ และได้ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนเพิ่มอีก ๒ ปีแล้ว ( ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมมาแล้วเป็นเวลา ๓ ปี ) ยกเว้นสาขาวิชาต่อไปนี้ สามารถสมัครเข้าฝึกอบรมได้ทันที เมื่อผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะ และไม่มีภาระการชดใช้ทุนแล้ว ได้แก่ สาขาวิสัญญีวิทยา รังสีวิทยาทั่วไป รังสีวิทยาวินิจฉัย ศัลยศาสตร์ทรวงอก ประสาทศัลยศาสตร์ และเวชศาสตร์ฟื้นฟู
           ๒ . ๓ สาขาประเภทที่ ๓ หมายถึง สาขาที่ผู้สมัครจะ ต้องผ่านการฝึกอบรมเป็นแพทย์ประจำบ้านในปีสุดท้าย หรือได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรฯในสาขาที่กำหนดเป็นสาขาหลักก่อนแล้ว ได้แก่อนุสาขาต่อไปนี้
          ( ๑ ) กุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
          ( ๒ ) กุมารเวชศาสตร์ประสาทวิทยา
          ( ๓ ) กุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม
          ( ๔ ) กุมารเวชศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม
          ( ๕ ) กุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ
          ( ๖ ) กุมารเวชศาสตร์โรคไต
          ( ๗ ) กุมารเวชศาสตร์โรคทางเดินอาหารและโรคตับ
          ( ๘ ) กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน
          ( ๙ ) กุมารเวชศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ
          ( ๑๐ ) กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ
          ( ๑๑ ) ภาพวินิจฉัยชั้นสูง
          ( ๑๒ ) ภาพวินิจฉัยระบบประสาท
          ( ๑๓ ) มะเร็งนรีเวชวิทยา
          ( ๑๔ ) รังสีร่วมรักษาของลำตัว
          ( ๑๕ ) รังสีร่วมรักษาระบบประสาท
          ( ๑๖ ) วิสัญญีวิทยาสำหรับการผ่าตัดหัวใจ หลอดเลือดใหญ่ และทรวงอก
          ( ๑๗ ) วิสัญญีวิทยาสำหรับผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท
          ( ๑๘ ) เวชบำบัดวิกฤต
          ( ๑๙ ) เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
          ( ๒๐ ) เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
          ( ๒๑ ) ศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา
          ( ๒๒ ) ศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า
          ( ๒๓ ) ศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
          ( ๒๔ ) ศัลยศาสตร์หลอดเลือด
          ( ๒๕ ) ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ
          ( ๒๖ ) อายุรศาสตร์โรคข้อและรูมาติซั่ม
          ( ๒๗ ) อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม
          ( ๒๘ ) อายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ
          ( ๒๙ ) อายุรศาสตร์โรคไต
          ( ๓๐ ) อายุรศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก
          ( ๓๑ ) อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร
          ( ๓๒ ) อายุรศาสตร์โรคระบบหายใจและภาวะวิกฤตระบบการหายใจ
          ( ๓๓ ) อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

          คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสาขาประเภทที่ ๓

         เป็นผู้ที่ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรฯ หรือกำลังฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านตามโครงการของแพทยสภาในปีสุดท้าย หรือเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครสอบเพื่อหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรฯ ในสาขาหลักของสาขาที่จะสมัครเข้าฝึกอบรมในปีการศึกษานั้น

๓ . จำนวนตำแหน่งและสถาบันฝึกอบรมที่เปิดรับสมัคร
          จำนวนตำแหน่งแพทย์ประจำบ้านของแต่ละสาขาวิชา และสถาบันฝึกอบรมที่เปิดรับสมัครสำหรับปีการศึกษา ๒๕๕๐ รอบที่ ๑ ปรากฏรายละเอียดตามตารางท้ายประกาศนี้

๔ . เงื่อนไขและวิธีการสมัคร

          ๔ . ๑ จำนวนสาขาที่สมัครได้
          รอบที่ ๑ สมัครได้เพียงสาขาเดียว แต่อาจเลือกสถาบันได้มากกว่า ๑ แห่ง โดยต้องเรียงลำดับความต้องการสถาบันที่จะสมัครไว้ด้วย หากยื่นใบสมัครเกินกว่า ๑ สาขา จะถูกตัดสิทธิ์ทุกสาขา
          รอบที่ ๒ สมัครได้สองสาขาวิชา และสามารถเลือกสถาบันในแต่ละสาขาได้มากกว่า ๑ แห่ง โดยต้องเรียงลำดับความต้องการสถาบันที่จะสมัครไว้ด้วย ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าฝึกอบรมทุกสาขาในรอบที่ ๑ แล้ว ไม่มีสิทธิ์สมัครในรอบที่ ๒
          ๔ . ๒ ใบสมัคร
ให้ใช้ใบสมัครของแพทยสภาซึ่งได้จัดทำไว้ที่ website http://resident.tmc.or.th เมื่อผู้สมัครกรอกข้อมูลของตนเองในโปรแกรมการสมัครครบถ้วนแล้ว ให้สั่งพิมพ์ใบสมัครซึ่งมี ๒ หน้าด้วยกระดาษขนาด A4 ( พิมพ์แบบหน้าหลัง ) จำนวน ๔ สำเนา
          ๔ . ๓ วิธีสมัคร
          ( ๑ ) ยื่นใบสมัครที่สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา อาคาร ๖ ชั้น ๗ ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๒ - ๕๙๐ - ๑๘๘๐ , ๐๒ - ๕๙๐ - ๑๘๘๓
          ( ๒ ) ผู้ที่มีต้นสังกัด หากต้นสังกัดรับเป็นผู้ดำเนินการสมัครให้ ให้สมัครผ่านต้นสังกัด และให้ต้นสังกัดจัดส่งใบสมัครไปยังสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา ในกรณีที่ต้นสังกัดมิได้เป็นผู้ดำเนินการสมัครให้ผู้สมัครต้องดำเนินการสมัครด้วยตนเอง สำหรับผู้สมัครอื่นๆ ให้สมัครโดยตรงที่สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา
          หากส่งใบสมัครและเอกสารทางไปรษณีย์ รอบที่ ๑ จะต้องส่งภายในวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ . ศ . ๒๕๔๙ และรอบที่ ๒ จะต้องส่งภายในวันที่ ๒๕ มกราคม พ . ศ . ๒๕๕๐ ( ถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ )

          ๔ . ๔ เอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นในการสมัคร
          ในการสมัคร ผู้สมัครจะต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน ดังนี้
          ( ๑ ) ใบสมัคร ( ดำเนินการตามข้อ ๔ . ๒ ) แต่ละสำเนาให้ติดรูปถ่ายขนาด ๒ นิ้วถ่ายไม่เกิน ๖ เดือน จำนวน ๑ รูป
          ( ๒ ) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
          ( ๓ ) สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ สกุล / ใบทะเบียนสมรส ( ในกรณีที่เปลี่ยนชื่อ สกุล )
          ( ๔ ) สำเนาใบแสดงผลการศึกษาตลอดหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้สมัครที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีสุดท้าย ให้ส่งสำเนาใบแสดงผลการศึกษาจนถึงปีปัจจุบัน พร้อมหนังสือรับรองว่าจะสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์ก่อนวันที่ ๑ มิถุนายน พ . ศ . ๒๕๕๐
          ( ๕ ) สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
          ( ๖ ) สำเนาหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรฯ หรือหนังสือรับรองการปฏิบัติงานเป็นแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ ๓ หรือหนังสือรับรองการปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาค ๔๒ เดือน ( เฉพาะการสมัครสาขาประเภทที่ ๓ )
           ( ๗ ) สำเนาประกาศนียบัตร หรือหนังสือรับรองเป็นผ ู้ผ่าน โครงการเพิ่มพูนทักษะฯ ( เฉพาะผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมตั้งแต่ปี พ . ศ . ๒๕๓๘ เป็นต้นไป ยกเว้นการสมัครสาขาประเภทที่ ๑ )
          ( ๘ ) หนังสือจากต้นสังกัดอนุมัติให้เข้าฝึกอบรมและรับรองว่าจะทำสัญญาเมื่อได้รับการคัดเลือกแล้ว ( เฉพาะผู้สมัครที่มีต้นสังกัดส่งฝึกอบรม ) โดยใช้แบบหนังสือรับรองต้นสังกัดตามแนบท้ายประกาศนี้

          ผู้สมัครจะต้องจัดทำใบสมัครพร้อมเอกสารหลักฐานอื่นแยกเป็นชุดๆ จำนวนมากกว่าจำนวนสถาบันฝึก อบรมที่จะเลือกสมัคร ๑ ชุด เมื่อสำนักงานเลขาธิการได้รับแล้วจะจัดส่งให้กับสถาบันฝึกอบรมที่ผู้สมัครเลือกทุกแห่งๆละ ๑ ชุดและเก็บไว้เป็นหลักฐานที่สำนักงานฯ ๑ ชุด เอกสารที่ถ่ายสำเนาให้ผู้สมัครเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง ทุกฉบับด้วย
          ๔ . ๕ การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงใบสมัคร
          เมื่อกรอกใบสมัครและยื่นพร้อมหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่แล้ว จะขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงใบสมัครมิได้

๕ . การพิจารณาคัดเลือก

          สถาบันฝึกอบรมจะพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครตามแนวทางดังนี้
          ๕ . ๑ สถาบันฝึกอบรมจะพิจารณา ให้สิทธิ์กับผู้สมัครที่มีต้นสังกัดก่อนผู้สมัครอิสระ และให้ความสำคัญของคุณสมบัติต่อไปนี้ตามลำดับ
                    ลำดับที่ ๑ ผู้ที่ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนไม่น้อยกว่า ๓ ปีหลังจากได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
                    ลำดับที่ ๒ ผู้ที่ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนไม่น้อยกว่า ๒ ปีหลังจากได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
                    ลำดับที่ ๓ ผู้ที่ปฏิบัติงาน / ปฏิบัติงานชดใช้ทุนไม่น้อยกว่า ๑ ปีหลังจากได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
          ๕ . ๒ ถ้ามีตำแหน่งแพทย์ประจำบ้านว่างจากการสละสิทธิ์หรือเหตุอื่นใด ผู้ที่อยู่ในรายชื่อสำรองของสาขาวิชานั้นๆ จะได้ รับการพิจารณาตามลำดับที่สถาบันฝึกอบรมได้จัดอันดับไว้เพื่อเข้าแทนในตำแหน่งที่ว่าง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกไว้ในสาขาใดสาขาหนึ่งแล้ว และในกรณีที่มิได้มีการจัดรายชื่อสำรองไว้ สถาบันฝึกอบรมนั้น อาจพิจารณารับจากรายชื่อผู้สมัครอันดับสำรองของสาขาวิชานั้นๆจากสถาบันอื่นๆตามลำดับ ทั้งนี้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้สมัครนั้นด้วย

๖ . การประกาศผลการคัดเลือก
          รอบที่ ๑ ก่อนวันที่ ๑๕ มกราคม พ . ศ . ๒๕๕๐
          รอบที่ ๒ ก่อนวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ . ศ . ๒๕๕๐

๗ . กำหนดการรายงานตัวและเริ่มการฝึกอบรม
          ผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องรายงานตัวตามวันและเวลาที่แพทยสภากำหนด และเริ่มการฝึกอบรมตามวันและเวลาที่สถาบันฝึกอบรมกำหนด

๘ . การจำกัดสิทธิ์ในการสมัครแพทย์ประจำบ้านในกรณีผู้ได้รับการคัดเลือกแล้วขาดจากการฝึกอบรม
          คณะกรรมการแพทยสภาจะพิจารณาจำกัดสิทธิ์ในการสมัครแพทย์ประจำบ้านในปีถัดไป ของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วขาดการฝึกอบรม ในกรณีต่อไปนี้
          ๑๔ . ๑ ไม่มารายงานตัว ณ สถาบันฝึกอบรมตามกำหนดเวลาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
          ๑๔ . ๒ ลาออกจากการฝึกอบรมหลังจากยืนยันการตอบรับการเป็นแพทย์ประจำบ้านหรือเข้ารับการฝึกอบรมแล้ว โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
          ๑๔ . ๓ เปลี่ยนต้นสังกัดหรือลาออกจากราชการ ( ในกรณีที่มีต้นสังกัด ) ในระหว่างฝึกอบรม

๙ . การเปลี่ยนสาขาวิชาหรือย้ายสถาบันฝึกอบรม
          การเปลี่ยนสาขาหรือย้ายสถาบันฝึกอบรมภายหลังจากที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว ต้องได้รับอนุมัติจากอนุกรรมการบริหารแพทยสภา ตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการแพทยสภากำหนดไว้

๑๐ . พันธะของผู้สมัครที่มีต้นสังกัด
ผู้สมัครที่มีต้นสังกัดที่ได้รับการคัดเลือกเป็นแพทย์ประจำบ้าน ถ้าออกจากราชการหรือเปลี่ยนต้นสังกัด ให้ถือว่าผู้นั้นสิ้นสุดการเป็นแพทย์ประจำบ้าน นับแต่วันที่การเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลใช้บังคับ

หมายเหตุ :
          ก . ผู้สมัครทุกคนจะต้องรับผิดชอบตรวจสอบใบสมัคร เอกสาร และคุณสมบัติของตนเองให้ถูกต้อง ครบถ้วน หากตรวจพบในภายหลังว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน จะถือว่าการสมัครเป็นโมฆะถึงแม้จะประกาศผลการคัดเลือกแล้วก็ตาม และแพทยสภาจะไม่คืนเงินค่าสมัครและไม่รับผิดชอบความเสียหายใดๆที่อาจเกิดขึ้น
          ข . ต้นสังกัด หมายถึง หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกำกับของรัฐ สภากาชาดไทย หรือหน่วยงานอื่นที่คณะกรรมการแพทยสภาพิจารณาให้ความยินยอมเป็นกรณีไป

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ ๙ ตุลาคม พ . ศ . ๒๕๔๙

( นายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ )
เลขาธิการแพทยสภา

 
จำนวนแพทย์ประจำบ้านที่เปิดรับสมัครปี 2550 รอบที่ 1
 
 
>> กรุณาอ่านรายละเอียดก่อน กรอกใบสมัคร
 
ติดต่อแพทยสภา : สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา
อาคาร 6 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ จ.นนทบุรี
โทร.: 02-5901880-1,3 ติดด่อ : : คณะอนุกรรมการดำเนินการ