ภาษาไทย | English
 
 
 
 
 
ฉบับที่ 12
ประจำวันที่ 15 มิ.ย. - 15 ก.ค. 57
Association of Southeast Asian Nations HealthCare Services Sectoral Working Group HSSWG
 
FLASH PLAYER
ADOBE READER
JAVA VIRTUAL MACHINE
 
 

     
หลักเกณฑ์การอนุมัติของคณะกรรมการแพทยสภา
เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญของทางราชการ
ซึ่งมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของต่างประเทศ

......................................................................................

     อาศัยอำนาจตามมาตรา 21 (ฎ) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 คณะกรรมการแพทยสภา ในการประชุมครั้งที่ 2/2549 วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549 จึงกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบวิชาชีพของที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญของทางราชการซึ่งมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของต่างประเทศ ไว้ดังนี้

1. หน่วยงานหรือองค์กรที่มีสิทธิ์ทำหนังสือขออนุมัติ ได้แก่
     1.1 หน่วยงานหรือองค์กรของรัฐที่มีระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป และสภากาชาดไทย
     1.2 ราชวิทยาลัยที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทยสภา
     1.3 คณะแพทยศาสตร์ และวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในประเทศไทยที่มีหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต มีการสอนนักศึกษาแพทย์ และผ่านการรับรองโดยแพทยสภา

2. คุณสมบัติของที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญของทางราชการที่จะขอทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย
     2.1 ต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบปริญญาบัตรและมีใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศของตน
     2.2 ต้องเป็นที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญที่หน่วยงานตามข้อ 1 เชิญมาโดยมีวัตถุประสงค์ทางด้านการค้นคว้าวิจัย หรือการให้ความรู้แก่แพทย์ในประเทศไทย หรืออื่นๆ ตามที่คณะกรรมการแพทยสภาเห็นสมควร

3. การขออนุมัต
     3.1 การขออนุมัติ ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งมายังเลขาธิการแพทยสภา โดยผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานหรือองค์กรตามข้อ 1 เป็นผู้ลงนาม
     3.2 หนังสือขออนุมัติ ให้แจ้ง
          3.2.1 รายละเอียดของโครงการที่จำเป็นต้องมีที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ และให้มีการระบุสถานที่ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน
          3.2.2 ชื่อที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญที่จะขอประกอบวิชาชีพเวชกรรม
          3.2.3 ชื่อหน่วยงานหรือองค์กรที่รับผิดชอบตลอดระยะเวลาที่ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญนั้นมาขอประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย
          3.2.4 ชื่อแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทยสภาที่จะเป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบ ตลอดระยะเวลาที่ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญนั้นมาขอประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย
          3.2.5 ให้ส่งเอกสารแสดงคุณวุฒิ ของที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญพร้อมลงนามรับรองสำเนาโดยหน่วยงานตาม ข้อ 1. ซึ่งประกอบด้วย
               3.2.5.1 สำเนาปริญญาบัตร
               3.2.5.2 สำเนาแสดงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ
               3.2.5.3 สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ยังไม่หมดอายุจากต่างประเทศ
          3.2.5.4 รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ซึ่งถ่ายไม่เกิน 1 ปี)
     3.3 หนังสือขออนุมัติตามข้อ 3.2 ให้ส่งถึงสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา ก่อนวันที่ขออนุมัติอย่างน้อย 1 เดือน โดยถือวันที่ลงรับหนังสือเป็นหลัก

4. เกณฑ์การให้อนุมัติ
     4.1 อนุมัติคราวละไม่เกิน 1 ปี และไม่เกินระยะเวลาที่ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของผู้นั้นหมดอายุ
     4.2 กำหนดการเริ่มต้นอนุมัติ จะอนุมัติให้ตามวันที่แจ้งขอ หรือ ณ วันที่สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาได้รับหนังสือขออนุมัติ และไม่มีการอนุมัติย้อนหลัง
     4.3 การอนุมัติจะออกเป็นหนังสือแพทยสภา ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้
          4.3.1 ชื่อโครงการ ตาม ข้อ 3.2.1
          4.3.2 ชื่อของที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ ตาม ข้อ 3.2.2
          4.3.3 ชื่อหน่วยงานและแพทย์ผู้ดูแลรับผิดชอบ ตาม ข้อ 3.2.3 และข้อ 3.2.4
          4.3.4 ระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
          4.3.5 สถานที่ปฏิบัติงานเฉพาะที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น (ห้ามปฏิบัตินอกเหนือจากที่ระบุไว้โดยเด็ดขาด)
          4.3.6 เงื่อนไขอื่น ๆ ที่จำกัดการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในราชอาณาจักรไทย

5. การปฏิบัติตัว การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน
     5.1 ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ได้รับอนุมัติตามหนังสืออนุมัติของแพทยสภา ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของไทย รวมทั้งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 และข้อบังคับอื่นของแพทยสภาเหมือนแพทย์ที่ได้ใบอนุญาต ฯ จากแพทยสภา
     5.2 แพทยสภาอาจกำหนดให้หน่วยงานภายใต้การกำกับเป็นผู้ติดตามการทำงาน และ / หรือ เป็นผู้ดูแลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้นั้น
     5.3 ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญเมื่อได้รับอนุมัติให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ต้องส่งรายงานผลการปฏิบัติงานทุก 6 เดือน ทั้งนี้แพทยสภาอาจขอผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้นั้นเป็นระยะ ๆ ก่อนที่จะครบกำหนดระยะเวลาที่อนุมัติ
     5.4 แพทยสภาอาจพิจารณายกเลิกการอนุมัติก่อนระยะเวลาที่อนุมัติไว้ หากพบว่า หน่วยงานหรือองค์กรที่รับผิดชอบในการขอตามข้อ 1 ไม่ปฏิบัติตามที่แพทยสภากำหนด หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้นั้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของไทยรวมทั้งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 และข้อบังคับอื่น ๆ ของแพทยสภา

6. ห้ามมิให้ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ขออนุมัติประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามข้อบังคับนี้ ปฏิบัติงานก่อนวัน เวลาที่ได้รับอนุมัติ โดยเด็ดขาด ในกรณีที่มีการปฏิบัติอย่างเร่งด่วนจริง ๆ ให้ขออนุมัติล่วงหน้าเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมแจ้งเหตุผลที่ไม่สามารถส่งเรื่องให้แพทยสภาพิจารณาก่อนล่วงหน้า 1 เดือน

ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ พึงระวัง

     1. ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525
     ผู้ซึ่งไม่ได้รับการอนุมัติให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษ ตามมาตรา 43 จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
     2. บทลงโทษตามกฎหมายของประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง
     เช่น ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นต้น
     3. พระราชบัญญัติการละเมิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ
     หน่วยงานหรือองค์กร ต้องร่วมรับผิดชอบในการชดใช้ค่าเสียหายหากมีอันตรายเกิดขึ้นกับผู้รับการรักษา ภายหลังได้รับการรักษาจากที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญที่หน่วยงานหรือองค์กรนั้น ๆ ทำหนังสือขออนุมัติ

......................................................................................

 
 
 
ติดต่อแพทยสภา : สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา อาคาร 6 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์/Tel : 02-5901886 โทรสาร/Fax : 02-5918614-5 / ฝ่ายจริยธรรม 02-5897700,02-5898800 / ฝ่ายทะเบียน 02-5901884 Fax 02-5901883 /
ฝ่ายบริหาร
02-5901888-9 / ฝ่ายประชาสัมพันธ์ 02-5901886 / ฝ่ายฝึกอบรม 02-5901880 / ฝ่ายนโยบาย 02-5901887 /  Email : tmc@tmc.or.th

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์โดยแพทยสภา ห้ามทำการลอกเลียน ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดนอกจากจะได้รับอนุญาต